2006/Dec/04

เอารูปมาแปะให้ดูเพิ่มเติม โหลดหนักหน่อย


ปลูกผักไม่ใช้ดิน
รถต้นไม้
เด็กขอตัง
ครุต
หงษ์
ปฏิมากรรม
ภาพมุมสูง
ม่านน้ำ
ขบวนพาเรด

สาวๆ

ต้นกระบอกเพชร

ดอกกล้วยไม้

2006/Nov/30

ได้ฤกษ์กับมาเขียนเล่าเรื่องไปเที่ยวเชียงใหม่ต่อ
มาเริ่มกันเลยดีกว่า


เช้าตื่นนอนประมาณ 7 โมงเศษ อาบน้ำแต่งตัว ลงมาทานอาหารเช้าตอน 7 โมงกว่า
อาหารเช้า โรงแรมจัดให้มีให้เลือก 2 แบบ คือ ข้าวต้มหมู กับ ไข่ดาวหมูแฮมไส้กรอก
แล้วก็จะมีพวก ขนมปังแผ่น มีแยมสตรอเบอรี่ กับเนยให้ ส่วนเครื่องดื่มก็เป็น
ชา กาแฟ น้ำส้ม เป็นเหมือนโรงแรมทั่วไป มื้อเช้านี้เลือก ทาน ไข่ดาวหมูแฮมไส้กรอก
แล้วยัด ขนมปังทาแยมไปอีกหลายแผ่น กะว่า กินให้อิ่มเพราะต้องใช้พลังงานเยอะแน่
กว่าจะทานอาหารเสร็จก็ 8 โมงเศษได้ ก็กลับเข้าห้อง เตรียมอุปกรณ์ พวกกล้อง แผนที่
แล้วออกมาขึ้นรถแถวหน้าโรงแรม
จากโรงแรมมีรถเมล์ วิ่งผ่านไปถึงงานพืชสวนโลก ราคา 15 บาทตลอดสายเช่นเดิม
นั่งรถเมล์รอบนี้คนเยอะกว่าเมื่อวานพอสมควร ก็โชคดีขึ้มาแล้วได้นั่งก่อนเลยสบายไป
ใช้เวลา ประมาณ 30 นาทีก็ถึงงาน
พอมาถึงงานก็ต้องอึ้งอีก เมื่อวานว่าคนเยอะแล้ว วันนี้เยอะกว่าอีก แถมแดดยังร้อน
เหมือนเดิมอีก ก่อนเข้างานก็แวะถ่ายภาพบรรยากาศแถวนั้นก่อน และไปดูของฝาก
ตรงด้านหน้างาน ของฝากเกี่ยวกับงานราชพฤกษ์ ก็มีพวก พัด หมวก ร่ม ตุ๊กตา เข็มกลัด
ส่วนราคาก็แพงพอสมควร แต่ถ้าคิดว่าเป็นของที่ผู้ผลิตประมูลแข่งมา ก็สมเหตุสมผลอยู่
จากนั้นก็เดินเข้าไปในงาน เมื่อวานเดินทางโซนซ้ายไปแล้ว วันนี้เลยมาเดินโซนขวาบ้าง
แต่ก่อนเดินก็แวะไปยังซุ้มของ กสท. ก่อน เพื่อไปถ่ายโอนข้อมูล จาก กล้องลง Flash drive
นับเป็นครั้งที่ 2 ที่แวะเข้ามาใช้บริการที่นี่
พอถ่ายข้อมูลเสร็จก็ออกมาสวนต่างๆ ในส่วนแรกจะเป็นโซนของบริษัทต่างๆ เช่น
Shin Corp. , CP , Toyota , TOT , KBank etc ตอนแรกคิดว่าใช้เวลาเดินไม่นานแต่เนื่องด้วย
วันนี้คนเยอะ แถมแต่ละสวนก็ไม่ใช่เล็กๆ ก็แวะถ่ายรูปนานพอสมควร ก็เกือบเที่ยงกว่าจะ
เดินหมดโซน ก็แวะกับไปซุ้มของ กสท. อีกรอบ เป็นรอบที่ 3 เพื่อถ่ายโอนข้อมูล รอบนี้รอ
ต้องรอเครื่องนานเพราะมีเด็กๆ มาใช้เครื่องเยอะพอสมควร
ต่อจากนั้นเที่ยงไปกินข้าวที่ ศูนย์อาหารของบุญรอด เดินไกลหน่อย แต่ว่ามีที่นั่งกว้าง ร้านเยอะ
กับราคาพอรับได้
ทานอาหารเสร็จกกลับมาเดินต่อทางโซนของ สวนนานาชาติ ก็มีประเทศต่างๆ มาจัดสวน
แสดงวัตณธรรมของตนเอง ก็มีหลายสวนที่สวยอยู่ เช่น สวนอินเดีย , ญี่ปุ่น , มาเลเซีย ,
โมร็อกโก เป็นต้น เดินกว่าจะหมดก็เกือบ 4 โมง
จากนั้นก็มาเดินใน ส่วนของการจัดแสดง โลกของแมลง ก็มีพวกแมลงสตาร์บ หลากหลาย
สายพันธุ์มาแสดง แสดงวงจรชีวิตของแสดง มีสวนผีเสื้อ จากนั้นต่อ อาคารไม้ผล สวนไม้ผลต่อ
แวะไปเดินนิทรรศการ ดอกบัวต่อ จากนั้นก็แวะกลับซุ้ม กสท. อีกเป็นรอบที่ 4 ถ้าข้อมูลอีกรอบ
จากนั้นก็เดินออกมา แวะดูของที่ระลึก ก็ได้พัดกับเข็มกลัดมาฝากเพื่อน
ก็กว่าจะออกจากงานก็ 6 โมงเศษ มารอรถเมล์ กว่าจะเดินทางถึงโรงแรมก็ 1 ทุ่มเศษได้
อาบน้ำพักแปะนึง แล้วก็ออกมาเรียกรถไป ไนท์บาซาร์ นั่งรถประมาณ 10 นาทีเศษ ก็เดินดูของ
ต่างๆ ได้แก่ พวก เสื้อผ้า โคมไฟ เทียนหอม เครื่องประดับต่างๆ แต่ก็ไม่รู้จะซื้ออะไรดี
สินค้าส่วนใหญ่ ก็คล้ายๆ กัน (ก็มันผลิตมาจากโรงงานเดียวกันนิ)
เดินอยู่ก็ไปเจอห้างพันธ์ทิพย์ เชียงใหม่ แวะเข้าไปดูบรรยากาศ เวลาตอนนั้นประมาณ ทุ่มกว่า
ข้างในร้านส่วนใหญ่ก็เริ่มปิดกันหมดแล้ว คนเดินก็ไม่เยอะ ไม่คึกคักเท่ากรุงเทพ แต่แผ่นผี
ก็ยังเห็นมีขายเกลื่อน แต่ไม่เห็นแผ่นโป๊ขาย (เดินพันธ์ทิพย์กรุงเทพ เจอเรียกโป๊ไหมพี่ เรื่อย
หน้าตูหื่น อย่างนั้นหรือฟะ)
เดินออกมาจากห้าง เดินต่อแวะซื้อ โรตี กินแก้หิวก่อน เพราะหิวแล้วแต่ไม่มีร้านนั่งกินสบายๆ
เดินต่อไปเรื่อยก็เจอร้านขาย ข้าวซอย + ก๋วยเตี๋ยว เมื่อมาถึงเชียงใหม่แล้ว เลยต้องโซ้ย ข้าวซอย
สักหน่อย เทียบกับกรุงเทพเป็นไงบ้าง กินแล้วรสชาติก็ใกล้เคียงกับที่กินกับที่กรุงเทพ รสชาติ
ก็ดีอยู่ แต่พริกเผา ที่ร้านเตรียมให้เผ็ดจริงๆ ใส่ไปหน่อย แต่เผ็ดพอสมควร ต้องดื่มน้ำไปหลายแก้ว
กินอื่มแล้ว มีแรงเดินต่อก็เดินไปเรื่อย ระหว่างที่เดินไปไปติดตรงทางเดิน เพราะฟุตบาทแคบ
มีร้านตั้งขายของ แล้วคนเดินสวนไปมาอีก แล้วก็ต้องตกใจ เพราะคนที่เดินสวนมานั้นคือ
ลูกเกด เมธินี เดินมากับเพื่อน ตัวจริงดูดีกว่าในทีวีหรือในหนังสือ สูงประมาณ 178-180 ได้
ไม่ผอมมาก ถือว่าหุ่นดีที่เดียว การแต่งกายก็ดูเรียบๆ แต่โดยรวมดูโดดเด่นกว่าคนธรรมดาทั่วไป
เดินไนท์บาซาถึงประมาณ 4 ทุ่มก็กลับเข้าโรงแรม อาบน้ำแล้วเข้านอน


จบสำหรับวันที่ 2 เหนื่อยจริงๆ ออกแรกเดิน ตลอด 2 วันเต็ม ยังเหลืออีก 1 วัน ไว้ค่อยมาเล่าใน
Part ต่อไป

2006/Nov/27

กลับมาเขียนต่อ เรื่องไปเที่ยงเชียงใหม่ ยังไม่หมด แต่ ขอมาเขียนบ่น สนามบินสุวรรณภูมิหน่อย


column STA คือเวลาที่เครื่องลงตามกำหนดการณ์ ETA เป็นเวลาที่เครื่องลงจริง

ขอให้สังเกต
OG 0125 เป็นของ one- to -go เป็น สายการบินต้นทุนต่ำ
TG 0115 , DD 8319 คือเครื่องลำเดียวกัน เป็นการบินไทยกับนกแอร์

ลำดับเหตุการณ์และข้อสังเกตต่างๆ
1.ผมไปเที่ยวเชียงใหม่ ซึ่งขากลับขึ้น OG 0125 ประตูเปิด ให้ขึ้นเครื่อง เวลา 17.05 กว่าเครื่องออกจริง 17.30 ได้
2. ส่วนเครื่อง TG 0115, DD 8319 ประตูเปิดขึ้นเครื่อง เวลา 17.30 ซึ่งหลังเครื่องผมออก แน่ << ผมสังเกตุเวลาออกว่าตรงกันตอนอยู่ที่เชียงใหม่ ซึ่งตามหลักไม่น่าจะ
3. สังเกตเวลา ลงของ OG 0125 คือ 18.40 อันนี้ตรงกับที่ผมลง แต่เวลาตามตาราง คือ 18.15 << ทำใจไว้แล้วว่าต้อง delay แน่
4. TG 0115 เวลา 18.40 ส่วน DD 8319 เวลา 18.50 ทำไม มันคนละเวลาหว่า ทั้งๆ ที่เครื่องเดียวกัน สมมุติว่า เข้า 18.50 แล้วกันดูสมเหตุสมผลหน่อย
5. เครื่อง TG 0115 เข้าหลังเครื่องผมแค่ 10 นาที ทั้งๆ ที่เครื่องผมออกก่อน << เครื่องผมมันบินช้าหรือนี่ เครื่อง TG 0115 น่าจะออกหลังจากผม 30 นาที
แต่เข้าหลังเครื่องผม แค่ 10 นาที เอง

^
^
ไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ปัญหาเกิดเมื่อเอากระเป๋ามากกว่า

ใน 1 สายพานจะลำเลียงกระเป๋าของเครื่อง 2 ลำ มีสายพานทั้งหมด 5 สายพานซึ่งหมุนอยู่ตลอดเวลา
- ผมสงสัยว่า ลำแรกมาก็ให้สายพาน 1 ลำถัดมาก็ ไล่ ไปทีละสายพาน แล้วค่อยกลับมา สายพาน 1 ใหม่
เพื่อที่จะได้ไม่มั่วและโหลดสายพานเกินไป แต่ทางปฏิบัติ ไม่เป็นอย่างนั้น ดูในรูป Column สุดท้าย
จะบอกว่ากระเป๋าออกที่สายพานเบอร์อะไร << มันมั่วนั่นเอง ใครคิดระบบฟะ

สถานะเกี่ยวกับการรับกระเป๋า
Open แสดงว่าเปิดสายพานนี้ให้รับกระเป๋า แต่กระเป๋ายังไม่มา
First Bag แสดงว่า กระเป๋าใบแรกออกมาแล้ว
Last Bag แสดงว่ากระเป๋าใบสุดท้ายออกมาแล้ว




รูปถ่ายต่อเนื่องกัน
สังเกตว่า
OG 0125 สถานะ Open แสดงว่ากระเป๋ายังไม่มา แต่เปิดให้รับกระเป๋า
TG 0115 สถานะ First Bag แสดงว่ากระเป๋าใบแรกมาแล้ว << มันมาหลังไม่ใช่หรือแต่ทำไมมันได้กระเป๋าแล้ว
DD 8319 สถานะ Last Bag แสดงว่ากระเป๋าในสุดท้ายออกมาแล้ว << มันมาหลังไม่ใช่หรือแต่ทำไมมันได้กระเป๋าแล้ว แถมครบแล้วอีก
DD 8317 สถานะ Last Bag แสดงว่ากระเป๋าในสุดท้ายออกมาแล้ว << มันมาหลังไม่ใช่หรือแต่ทำไมมันได้กระเป๋าแล้ว แถมครบแล้วอีก
FD 3024 สถานะ Last Bag แสดงว่ากระเป๋าในสุดท้ายออกมาแล้ว << มันมาหลังไม่ใช่หรือแต่ทำไมมันได้กระเป๋าแล้ว แถมครบแล้วอีก

- สายพาน 2 ที่ OG 0125 เปิดก่อนสายพาน 3 แต่ สายพาน 3 ได้กระเป๋า ครบหมดก่อนอีก
- สรุปผมใช้เวลารอจนได้กระเป๋าเกือบ 45 นาที + ที่เครื่องถึงช้ากว่ากำหนด 25 นาที
- ผมวางแผนว่าจะกลับมากินข้าวบน 19.30 ไม่เกิน 20.00 แต่กว่าจะได้กินจริง 21.00 เซ็งเฟ้ย
- กระเป๋าผมเปียกด้วย พอดีตอนที่เครื่องลง ฝนตกพอดี แต่รถลำเลียงกระเป๋า มันไม่มีอะไร
คลุมไว้เลย เอากระเป๋าโยนใส่ซ้อนๆ กันไว้อย่างเดียว ทำให้เปียกฝน ถ้าใครใส่ของที่แตกหักได้ มีหวังได้เสียหายหมดแน่


เดียวไว้มาอัพเดตอีก เรื่องบนเกี่ยวกับสุวรรณภูมิยังมีให้บ่นอีก


edit @ 2006/11/27 15:14:19